それでも生きてゆく
Sore demo ikiteyuku แปลเป็นไทยตรงๆว่า ถึงจะอย่างนั้น ก็ยังมีชีวิต เป็นละครแนวดราม่า จากชื่อเรื่องก็คงเดากันได้ไม่ยาก คิดว่าพอดูเรื่องนี้กันแล้ว จะเกิดความรู้สึกว่า "ดีใจที่ได้เกิดมา" หรือไม่ก็ "ดีใจที่เรามีชีวติแบบนี้"
เรื่องนี้มีตัวละครที่มีมุมชีวิตที่ต่างกันทั้งหมด 9 คน เยอะมั้ย เยอะสิ เรื่องราวเกิดจากเหตุการณ์ของคดีฆาตรกรรมเด็กหญิงชั้นอนุบาล ที่ฆาตรกรคือเด็กชายชั้นประถม โดยละครเรื่องนี้จะสื่อให้เราเห็นว่า พอหลังจากเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นแล้ว คนที่เกี่ยวข้อง (หรือแม้จะไม่เกี่ยว)เป็นยังไงกันบ้าง
เริ่มจากครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย บ้านฟุคะมิ
ครอบครัวนี้แตกเป็นเสี่ยงๆหลังจากเกิดเหตุการณ์
คุณแม่
เป็นอะไรที่เซนซิทีฟมากๆ ที่จะหยิบเอาความรู้สึกของ ผู้เป็นแม่ มาเล่นให้คนดู เพราะว่าใครก็คงไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของแม่ที่ต้องเสียลูกสาวตัวน้อยๆไป ความคับแค้น ความเสียใจ สิ่งนึงที่เราประทับใจคือ ละครเอาสิ่งที่เรียกว่า "สังคม" เข้ามาเอี่ยวด้วย ถ้ามองเผินๆก็จะคิดว่า คนเป็นแม่เด็กหญิงน่าสงสาร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่สงสาร ในสังคม ไม่ว่าจะที่ไหนก็แล้วแต่ จะมีคนที่ blame กล่าวหา "ปล่อยลูกไว้คนเดียวได้ยังไง" "เพราะแม่ดูแลไม่ดี ลูกถึงต้องตาย" "น่าสงสารเด็กที่มีแม่ไม่เอาใจใส่"
ที่ลูกต้องตายเป็นเพราะใคร? คนเป็นแม่นอกจากฆาตรกรแล้ว ในใจลึกๆก็รู้สึกโทษตัวเอง เพราะว่าวันนั้นปล่อยให้ลูกสาวใส่กระโปรงสั้นจนเกินไป ทิ้งลูกเอาไว้ไปเล่นคนเดียว ในเรื่องแม่ไม่กล้าแม้แต่จะดูผลพิสูจน์ของนิติเวช ว่าลูกเสียชีวติยังไงด้วยซ้ำ
ความหม่นของละครญี่ปุ่น รวมถึงความสามรถของนักแสดงที่เรารู้สึกว่าดูแล้วอินมากๆ โดยเฉพาะฉากที่แม่เจอกับฆาตรกร(คนร้ายถูกปล่อยตัวแล้ว ติดคุกไป 8 ปีมั้ง) มันเป็นความรู้สึกที่แบบอยากฆ่าให้ตาย อยากรู้ว่าทำไมต้องฆ่าลูกสาวของตัวเอง นักแสดงปล่อยอารมณ์ให้ฉากนี้เต็มที่มาก
คุณพ่อ
ด้วยความที่ละครโผล่มาที่ฉากว่า ครอบครัวนี้แตกแยก ลูกชายนคนเล็กอยู่กับแม่ คนโตอยู่กับพ่อ ถ้ามองจากคนภายนอกแล้ว จริงๆแล้วถ้าหาเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง คนดูเรื่องนี้ทุกคนจะเป็นคนนอก ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไร มีหลายข่าวในโลกจริงๆ ที่เป็นความโศกเศร้าแบบนี้ คนโดยส่วนมากจะเกิดความรู้สึกสงสาร(ไม่รู้จะใช้คำนี้ได้มั้ย)ผู้ที่เป็นแม่มากกว่า ซึ่งถ้ามองกันทางสถิติแล้ว ครอบครัวที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ พ่อแม่ที่สูญเสียลูก จะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นปกติ โดยส่วนมากจะหย่าร้าง หรือแยกกันอยู่(อันนี้ดู Criminal minds ม่า)
ละครสื่อให้เห็นถึงความร้าวราน ของคนเป็นพ่อ ที่เป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัว ความรู้สึกที่ไม่สามารถปกป้องครอบครัวของตัวเองได้อีกต่อไป ละครสื่อให้เห็นว่าการกระทำต่างๆหลังจากเสียลูกสาวไปไม่ว่าจะเป็นเอาของของลูกไปทิ้งเอย เผารูปเอย มันดูเป็นการกระทำที่ก้าวร้าว ย่ำยีคนที่ยังอาลัยอาวรณ์(เช่นแม่) แต่สำหรับคนเป็นพ่อแล้วจะหลั่งน้ำตาได้มั้ย จะเอาความเศร้าของตัวเองมาทำให้อะไรมันเศร้ากว่าเดิมอีกมั้ย เพราะคิดว่าถ้าทำแบบนั้นทุกอย่างจะโอเค
ฉากที่เราน้ำตาคลอเลย(เศร้า สะเทือนยิ่งกว่าของแม่) คือฉากที่ ฮิโระกิ(ลูกชายคนโต) เจอกล่องหลายๆใบที่พ่อเห็บเอาไว้ในตู้เก็บของ ในกล่องพวกนั้นมีรองเท้าผู้หญิง ที่ไซส์จะค่อยๆใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะวันที่ลูกตาย พ่อซื้อรองเท้าที่ลูกอยากได้มาให้ แต่ก็ไม่ได้ใส่ ฉากนี้มันเศร้ามากก แบบลูกตายแล้ว ลูกใส่รองเท้าไม่ได้อีกแล้ว ลูกตัวเล็กๆที่พ่อแม่หวังว่าลูกจะโต แต่ลูกก็โตอีกไม่ได้แล้ว
ลูกชายคนโต (ฮิโระกิ)

"ผมน่ะไม่เคยเป็นพี่ชายที่ดีเลย แม้กระทั่งตอนนี้ ไม่เคยทำอะไรเพื่อน้องเลย"
เรื่องราวผูกกับฮิโระกิว่า แม่ทิ้งน้องไว้ให้เล่นกับพี่ แต่พี่กลับทิ้งน้องไว้คนเดียว แล้วไปดูหนังxxกับเพื่อน แล้วก็เพื่อนของตัวเองคือฆาตรกรที่ฆ่าน้องสาว แน่นอนว่ามันมีความรู้สึกผิิด ผิดที่ทิ้งน้อง ผิดที่ไม่ยอมไปเล่นกับน้อง ถ้าตอนนั้นไม่ไปกับเพื่อน อยู่เป็นเพื่อนน้อง น้องก็คงไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้
แต่ถึงจะอย่างนั้น เนื้อเรื่องกลับดูมีความเป็นจริงขึ้นมาอีกขั้น ตรงที่พี่ชายไม่ได้ขวนขวายที่จะแก้แค้น เป็นคนที่เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ใช้คำว่า คนที่ไม่เอาไหน หนีปัญหา หนีทุกอย่าง ฮิโระกิเลืแกที่จะไม่เจอผู้คน คือดูเป็นคนแปลกๆ แต่จริงๆแล้วเป็นคนใจดี ละครให้เราดูว่า ฮิโระกิไม่มีแม้แต่ความกล้าเลยด้วยซ้ำ เป็นคนที่มีความแต้น แต่ก็ไม่ทำอะไรเลย จนกระทั่ง พ่อเสียชีวิตไป ด้วยความที่พ่อแค้นฆาตรกรมาก ถึงขั้นจะตามไปฆ่า สืบหาว่าฆาตรกรไปอยู่ที่ไหน
ฮิโระกิเป็นตัวละครนึงที่น่าสนใจในแง่ของความโรแมนติก หลายๆฉากที่ทำให้เราได้เห็นว่า ทั้งๆที่มีผู้หญิงอีกคนเข้ามา ทั้งๆที่ผู้หญิงคนนั้นน่าจะเข้าอกเข้าใจ แถมยังมีใจให้ด้วย แต่ฮิโระกิกลับเลือกฟุตะบะ คำถามคือ ทำไมกัน คือถ้าจะตอบว่าสองคนนี้ผูกพันกันด้วยเหตุการณ์ฆาตรกรรมนั่น เราก็มองว่ามันจะเศร้าไปมั้ย แต่จริงๆแล้วในหลายๆฉาก เราจะเห็นว่า คือมันก็เหมาะสมกันอ่ะ มันเหมือนกับว่า พอได้เจอฟุตะบะแล้ว มันทำให้ฮิโระกิเห็นอะไรที่มากขึ้น มีจุดมุ่งหมาย ประมาณนี้
คือจริงๆมันก็ไม่ผิดหรอกถ้าเราจะเอาคำพูดของตัวละคร ในหนัง ในการ์ตูนมาเป็นคติ ข้อคิด ข้อเตือนใจ ส่วนนี้เราก็เป็น แต่ทำไมในเรื่องมันถึงถูกมองว่าดูเด็กสำหรับเรา นั่นก็เพราะว่าแม่กับพี่ชายน่ะ เศร้าจริงๆ แค้นจริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดมันเป็นสถานการณ์ที่น้อยคนนักจะเข้าใจจริงๆ
อีกฉากนึงที่เราประทับใจ คือตอนที่ฟุมิยะกลับมาบ้าน(หลังจากทำร้ายคนไปอีกคนนึงหลังออกมาจากคุกน่ะนะ) คือมันอุ่นใจ มันแบบ คือพ่อไม่อยากจะทอดทิ้งลูกอ่ะ ฉากนั้นนั่นแบบคือ น้ำตาคลอ(อีกแล้ว)
อืมม จะบอกว่า shock ก็น่าจะถูก แต่ถูกไม่หมด มันเป็นความรู้สึกที่แบบ เหมือนมันโกหก คือฟุมิยะมีความดูเป็นคนปกติ รักน้อง รักครอบครัว เป็นพี่ เป็นลูกชายที่ดี ประเด็นที่น่าสนใจคือ ในตอนที่เกิดเหตุการณ์ แม่ตั้งท้องน้องสาวคนเล็กอยู่ คิดดูดิ สภาพจิตใจมันเสื่อมโทรม
แต่ที่สุดๆจริงๆที่เรามองว่า แม่คนนี้คือแม่ของครอบครัวนี้จริงๆคือ แม่คนนี้ไม่ใช่แม่แท้ๆของ ฟุตะบะและฟุมิยะ (แม่สองคนนี้ตายไปแล้ว) เป็นแค่แม่ของน้องคนเล็กเท่านั้น คำถามคือ ถ้าเป็นคุณ คุณจะยังอยู่ครอบครัวฆาตรกรนี้ต่อไปอีกมั้ย จริงอยู่ที่พ่อแท้ๆของลูกในท้องคือ พ่อของฆาตรกร แต่ว่าเด็กอีกคนไม่ใช่ลูกแท้ๆ จริงๆเรื่องนี้มันพูดกันยาก เราเองก็ไม่เคยเป็นแม่คน แต่บทของตัวละครนี้ มันทำให้เรายอมใจอ่ะ ทั้งๆที่ถ้าเดินออกจากความวุ่นวายไปซะ ยังง่ายซะกว่า
มองมุมกลับกัน ถ้าไม่มีแม่คนนี้ คุณคิดว่าครอบครัวนี้จะเป็นยังไง ฟุตะบะอาจจะใจแตก มีปัญหา คือไม่ได้จะบอกว่าพี่เป็นยังไง น้องต้องเป็นอย่างนั้นนะ (ตัวอย่างจากบ้านฟุคะมิ ที่พี่น้องต่างกันสุดๆ) แต่สภาพการเป็นอยู่ สังคมที่ต้องเจอ ถ้าหากว่าแม่คนนี้ ไม่ได้รักลูก(ที่ไม่ใช่ลูกตัวเอง)จริงๆ เรื่องราวมันจะเลวร้ายลง
ฟุตะบะคือน้องสาวที่รักพี่ชาย(ฆาตรกร)มาก กระทั้งที่จะเชื่อว่า พี่ชายตัวเองบริสุทธิ์ หรืออาจจะจับผิดคนก็ได้ บทส่งให้เรารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เข้มแข็ง ตรงที่ว่าในเรื่องจะเล่าว่าฟุตะบะน่ะโดนรุมแกล้ง เป็นเป้าสังคม
คือครอบครัวนี้ถูกรังควานสารพัด เช่น ทางโทรศัพท์เอย ภาพถ่ายลงหนังสือพิมพ์เอย ทำให้บ้านนี้ตองย้ายที่อยู่บ่อยมากๆ จนวันหนึ่งพ่อบอกกับฟุตะบะว่า จะต้องทิ้งย่าให้อยู่บ้านพักคนชรานะ คือฟุตะบะนางรักย่ามากค่ะ แบบทำไมต้องทิ้งย่าด้วย ประมาณนี้ นางเลยเดินทางกลับไปที่บ้านของครอบครัวฟุคะมิ เพื่อเจรจา(คิดว่าบ้านนั้นรังควานน่ะนะ) คือตอนแรกที่ดูเราก็งงว่านางไปอยู่นั่นทำไม บังเอิญรึเปล่า แต่เรื่องมาเฉยตรงที่ว่านางทนไม่ไหว เลยไปบ้านนั้น แล้วก็เจอกับฮิโระกิ
คือฮิโระกิน่ะจำนางไม่ได้ และนางก็ไม่ได้บอก (คิดว่าไม่กล้าน่ะนะ) ฉากนึงที่เรามองว่า ฮิโระกิเข้าสังคมไม่เก่งจริงๆคือ ฉากในร้านอาหารแล้วอยู่ดีๆฮิโระกินางก็เล่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวตัวเอง แน่นอนค่ะ ฟุตะบะนางจำฮิโระกิได้ คือทนฟังไม่ไหว เลยวิ่งออกจากร้านไป
คำถามในตอนนั้นคือ ฮิโระกิจะเล่าเรื่องแบบนั้นตอนกำลังจะกินข้าวทำไม คำตอบคือ ตอนแรกที่สองคนเจอกัน (บ้านฮิโระกิเป็นที่พัก ที่ทะเลสาบสำหรับพายเรือตกปลาด้วย) ฮิโระกิคิดว่าฟุตะบะจะฆ่าตัวตาย เราเลยคิดว่า นั่นเป็นฉากนึงที่ทำให้เราเห็นว่า ฮิโระกิเป็นคนๆนึงที่จิตใจดี
ฟุตะบะเป็นตัวละครที่แสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้ง ของความคิด จิตใจ และการกระทำ เพราะทั้งๆที่อยากเจอพี่ชายมากๆ แต่ถ้าฮิโระกิจะฆ่าตัวเองเพื่อให้หายโกรธ นางก็ยอม ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าพี่ชายคือฆาตรกร แต่ก็ยังปักใจเชื่อว่าพี่ชายยังบริสุทธิ์ หรือแม้กระทั่งในฉากใกล้ๆจะจบ ทั้งๆที่พูดว่า ถ้าปล่อยให้พี่ชายตายไป ทุกอย่างจะได้จบ แต่ก็ยังแสดงให้เห็นว่ายังรัก แล้วก็ยังอยากให้พี่มีชีวิตอยู่
เรามองว่าตัวละครนี้เป็นตัว drive เรื่องราวเด่นพอๆกับฮิโระกิ ซึ่งในบางครั้งเราก็แอบคิดว่า เด่นกว่าด้วยซ้ำ ความย้อนแย้งที่ว่า ระหว่างครอบครัวที่สำคัญ กับความดีงามทางศีลธรรม คนที่บริสุทธิ์ กับคนที่เป็นฆาตรกร เราจะเลือกใคร
น้องสาวคนเล็ก (อะกะริ)
ที่จริงคนนี้ไม่ได้เด่นมากเลย แทบจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฆาตรกรด้วยซ้ำ แต่กลับต้องได้รับผลกระทบจากการกระทำไปด้วย ด้วยความที่แม่อยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตแบบปกติที่สุด จริงๆคือนางไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยจริงๆ คือทุกคนในบ้านพยายามทำให้นางสะดวกสบาย เพราะว่าคนอื่นๆต้องทนทุกข์กับแรงต่อต้านของสังคม ถึงแมว่าจะต้องเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนโรงเรียนบ่อยๆ เราว่าอะกะริก็เป็นอีกหนึ่งหญิงแกร่งในเรื่องนี้ล่ะ เพราะว่าถึงแม้จะมีบ่นบ้าง แต่เราว่าอะกะริรักพี่สาว รักแม่ รักพ่อของตัวเองมากๆ
ฉากที่ฟุมิยะกลับมาบ้านเจออะกะริ เอาตรงฉากนี้ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ในมุมมองเราละครให้บทได้ดี ตรงที่ การเจอพี่ชายต่างแม่ที่ไม่เคยเจอหน้า แถมยังเป็นฆาตรกรอีกต่างหาก เป็นใครก็คงทำตัวไม่ถูก กลัวก็กลัว ฉากนั้นทำให้เรามองว่า คนเขียนบทมีความละเอียดอ่อน ที่ให้คาแรคเตอร์ของอะกะริ มีความแกร่งเหมือนกับแม่ตัวเอง
พี่ชาย (ฟุมิยะ)

"มีหลายครั้งที่ผมอยากจะฆ่าตัวตาย เกิดมาทำไมกันนะ ผมมักคิดอย่างนั้นเสมอ แต่ถึงจะอย่างนั้น ผมก็ยังมีชีวิตอยู่"
คือต้องชมก่อนว่า เลือกคนแสดงได้ดีมากๆ (โอเคเอะอิตะ ที่แสดงเป็นฮิโระกิ กับคนที่แสดงเป็นฟุตะบะ ก็แสดงดีมากๆเหมือนกัน) คือบทดีด้วยนั่นแหละ เรื่องเกือบทั้งเรื่องมันจะมีความสงสัยอยู่ว่า ทำไมต้องฆ่าอะกิ(เด็กหญิงอนุบาล) ด้วย

"ผมน่ะเคยมองหุ่นในห้องวิทยาศาสตร์ แล้วก็สงสัยว่าหุ่นนั่นน่ะมีอวัยวะครบหมดเลย แต่ทำไมถึงไม่มีชีวิต มันทำให้ผมนึกถึงฟุมิยะ ว่าเค้าอาจจะเป็นเหมือนหุ่นตัวนั้น"
โดยในเรื่องฟุมิยะเหมือนมีอาการทางจิต คือในสมองของเค้า จะเห็นว่า คนหรือมนุษย์ น่ะเป็นเหมือนปลาทองที่น่าสงสาร มองอะกิว่าเป็นปลาทองที่น่าสงสาร คือมุมมองมันดูไกลจากชีวิตปกติเรา แต่เราก็เคยคิดอยู่เสมอนะว่า การฆ่าคนมันง่ายอย่างนั้นเลยเหรอ ทำไมฆาตรกรถึงได้ฆ่าคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย คือเอาตรงๆ
สำหรับคนที่ดูเรื่อง criminal minds อย่างเรา คือในซีรี่ส์เรื่องนี้จะอธิบายพฤติกรรมของฆาตรกร คือทุกพฤติกรรมมันมีเหตุผล ฟุมิยะเองก็เช่นกัน สิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นตัวกระตุ้นคือ แม่ มีหลายครั้งที่ฟุมิยะพูดถึงแม่ "มันไม่ใช่อุบัติเหตุ แม่น่ะฆ่าตัวตาย ต่อหน้าผมกับฟุตะบะ" "ตอนนี้ผมจะหน้าแม่ไม่ได้แล่้ว" มีหลายๆฉากที่ฟุมิยะพูดกับพ่อให้พ่อช่วย คือเค้าต้องการความช่วยเหลือ ต้องการหาว่าเค้าเกิดมาทำไม เราคิดว่าสำหรับฟุมิยะ การที่เค้ายังมีชีวิตอยู่ก็เพื่อหาเหตุผลนั้น
เรื่องนี้มีตัวละครที่มีมุมชีวิตที่ต่างกันทั้งหมด 9 คน เยอะมั้ย เยอะสิ เรื่องราวเกิดจากเหตุการณ์ของคดีฆาตรกรรมเด็กหญิงชั้นอนุบาล ที่ฆาตรกรคือเด็กชายชั้นประถม โดยละครเรื่องนี้จะสื่อให้เราเห็นว่า พอหลังจากเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นแล้ว คนที่เกี่ยวข้อง (หรือแม้จะไม่เกี่ยว)เป็นยังไงกันบ้าง
เริ่มจากครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย บ้านฟุคะมิ
ครอบครัวนี้แตกเป็นเสี่ยงๆหลังจากเกิดเหตุการณ์
คุณแม่
"น้ำตาน่ะไหลไม่ออกแล้วล่ะ เพราะว่าบนโลกนี้ไม่มีอะไรจะเศร้าไปว่าตอนนั้นอีกแล้ว"
เป็นอะไรที่เซนซิทีฟมากๆ ที่จะหยิบเอาความรู้สึกของ ผู้เป็นแม่ มาเล่นให้คนดู เพราะว่าใครก็คงไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของแม่ที่ต้องเสียลูกสาวตัวน้อยๆไป ความคับแค้น ความเสียใจ สิ่งนึงที่เราประทับใจคือ ละครเอาสิ่งที่เรียกว่า "สังคม" เข้ามาเอี่ยวด้วย ถ้ามองเผินๆก็จะคิดว่า คนเป็นแม่เด็กหญิงน่าสงสาร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่สงสาร ในสังคม ไม่ว่าจะที่ไหนก็แล้วแต่ จะมีคนที่ blame กล่าวหา "ปล่อยลูกไว้คนเดียวได้ยังไง" "เพราะแม่ดูแลไม่ดี ลูกถึงต้องตาย" "น่าสงสารเด็กที่มีแม่ไม่เอาใจใส่"
ที่ลูกต้องตายเป็นเพราะใคร? คนเป็นแม่นอกจากฆาตรกรแล้ว ในใจลึกๆก็รู้สึกโทษตัวเอง เพราะว่าวันนั้นปล่อยให้ลูกสาวใส่กระโปรงสั้นจนเกินไป ทิ้งลูกเอาไว้ไปเล่นคนเดียว ในเรื่องแม่ไม่กล้าแม้แต่จะดูผลพิสูจน์ของนิติเวช ว่าลูกเสียชีวติยังไงด้วยซ้ำ
ความหม่นของละครญี่ปุ่น รวมถึงความสามรถของนักแสดงที่เรารู้สึกว่าดูแล้วอินมากๆ โดยเฉพาะฉากที่แม่เจอกับฆาตรกร(คนร้ายถูกปล่อยตัวแล้ว ติดคุกไป 8 ปีมั้ง) มันเป็นความรู้สึกที่แบบอยากฆ่าให้ตาย อยากรู้ว่าทำไมต้องฆ่าลูกสาวของตัวเอง นักแสดงปล่อยอารมณ์ให้ฉากนี้เต็มที่มาก
คุณพ่อ
"สิ่งที่ทำให้คนเป็นพ่อแม่เสียใจที่สุด คือการที่เห็นลูกตายไปก่อนตนเอง"
Edward Newgate (Onepiece)
ด้วยความที่ละครโผล่มาที่ฉากว่า ครอบครัวนี้แตกแยก ลูกชายนคนเล็กอยู่กับแม่ คนโตอยู่กับพ่อ ถ้ามองจากคนภายนอกแล้ว จริงๆแล้วถ้าหาเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง คนดูเรื่องนี้ทุกคนจะเป็นคนนอก ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไร มีหลายข่าวในโลกจริงๆ ที่เป็นความโศกเศร้าแบบนี้ คนโดยส่วนมากจะเกิดความรู้สึกสงสาร(ไม่รู้จะใช้คำนี้ได้มั้ย)ผู้ที่เป็นแม่มากกว่า ซึ่งถ้ามองกันทางสถิติแล้ว ครอบครัวที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ พ่อแม่ที่สูญเสียลูก จะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นปกติ โดยส่วนมากจะหย่าร้าง หรือแยกกันอยู่(อันนี้ดู Criminal minds ม่า)
ละครสื่อให้เห็นถึงความร้าวราน ของคนเป็นพ่อ ที่เป็นเหมือนหัวหน้าครอบครัว ความรู้สึกที่ไม่สามารถปกป้องครอบครัวของตัวเองได้อีกต่อไป ละครสื่อให้เห็นว่าการกระทำต่างๆหลังจากเสียลูกสาวไปไม่ว่าจะเป็นเอาของของลูกไปทิ้งเอย เผารูปเอย มันดูเป็นการกระทำที่ก้าวร้าว ย่ำยีคนที่ยังอาลัยอาวรณ์(เช่นแม่) แต่สำหรับคนเป็นพ่อแล้วจะหลั่งน้ำตาได้มั้ย จะเอาความเศร้าของตัวเองมาทำให้อะไรมันเศร้ากว่าเดิมอีกมั้ย เพราะคิดว่าถ้าทำแบบนั้นทุกอย่างจะโอเค
ฉากที่เราน้ำตาคลอเลย(เศร้า สะเทือนยิ่งกว่าของแม่) คือฉากที่ ฮิโระกิ(ลูกชายคนโต) เจอกล่องหลายๆใบที่พ่อเห็บเอาไว้ในตู้เก็บของ ในกล่องพวกนั้นมีรองเท้าผู้หญิง ที่ไซส์จะค่อยๆใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะวันที่ลูกตาย พ่อซื้อรองเท้าที่ลูกอยากได้มาให้ แต่ก็ไม่ได้ใส่ ฉากนี้มันเศร้ามากก แบบลูกตายแล้ว ลูกใส่รองเท้าไม่ได้อีกแล้ว ลูกตัวเล็กๆที่พ่อแม่หวังว่าลูกจะโต แต่ลูกก็โตอีกไม่ได้แล้ว
ลูกชายคนโต (ฮิโระกิ)
"ผมน่ะไม่เคยเป็นพี่ชายที่ดีเลย แม้กระทั่งตอนนี้ ไม่เคยทำอะไรเพื่อน้องเลย"
แต่ถึงจะอย่างนั้น เนื้อเรื่องกลับดูมีความเป็นจริงขึ้นมาอีกขั้น ตรงที่พี่ชายไม่ได้ขวนขวายที่จะแก้แค้น เป็นคนที่เป็นยังไงก็เป็นอย่างนั้น ใช้คำว่า คนที่ไม่เอาไหน หนีปัญหา หนีทุกอย่าง ฮิโระกิเลืแกที่จะไม่เจอผู้คน คือดูเป็นคนแปลกๆ แต่จริงๆแล้วเป็นคนใจดี ละครให้เราดูว่า ฮิโระกิไม่มีแม้แต่ความกล้าเลยด้วยซ้ำ เป็นคนที่มีความแต้น แต่ก็ไม่ทำอะไรเลย จนกระทั่ง พ่อเสียชีวิตไป ด้วยความที่พ่อแค้นฆาตรกรมาก ถึงขั้นจะตามไปฆ่า สืบหาว่าฆาตรกรไปอยู่ที่ไหน
"พ่อน่ะน่าสงสาร ขนาดพูดว่าจะตายไม่ได้ถ้ายังไม่ได้ฆ่าฆาตรกรนั่น แต่ก็ดันมาตายไปก่อน"
ละครพลิกบทของฮิโระกิ จากผู้ชายที่ไม่ทำอะไร มาเป็นคนที่พยายามทุกทุกวิถีทาง สืบหา ไม่ว่าจะเป็นไปงานศพของเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ฆาตรกรเคยอยู่ ไปหาผลตรวจนิติเวชว่าน้องต้องตายยังไง ไปหาแม่(จากที่ไม่ได้เจอกันนาน) บอกกับแม่ว่าจะทำทุกอย่าง ทั้งเพื่อพ่อ แม่ แล้วก็เพื่อน้องที่ต้องตายไป
ฮิโระกิเป็นตัวละครนึงที่น่าสนใจในแง่ของความโรแมนติก หลายๆฉากที่ทำให้เราได้เห็นว่า ทั้งๆที่มีผู้หญิงอีกคนเข้ามา ทั้งๆที่ผู้หญิงคนนั้นน่าจะเข้าอกเข้าใจ แถมยังมีใจให้ด้วย แต่ฮิโระกิกลับเลือกฟุตะบะ คำถามคือ ทำไมกัน คือถ้าจะตอบว่าสองคนนี้ผูกพันกันด้วยเหตุการณ์ฆาตรกรรมนั่น เราก็มองว่ามันจะเศร้าไปมั้ย แต่จริงๆแล้วในหลายๆฉาก เราจะเห็นว่า คือมันก็เหมาะสมกันอ่ะ มันเหมือนกับว่า พอได้เจอฟุตะบะแล้ว มันทำให้ฮิโระกิเห็นอะไรที่มากขึ้น มีจุดมุ่งหมาย ประมาณนี้
ลูกชายคนเล็ก (โคเฮ)
"ผมน่ะ พยายามทุกทางให้แม่มีความสุข ที่ทุกวันนี้แม่มีความสุข ก็เพราะสิ่งที่ผมทำ เพราะผมคนเดียว"
โคเฮแตกต่างจากฮิโระกิ โคเฮพยายามใช้ชีวิตให้ปกติที่สุด ทำให้ทุกวันดูมีความสุขที่สุด มีการงานที่ดีทำ แต่งงาน มีภรรยาที่ดี มีลูกที่น่ารัก ให้แม่ได้มีความสุข อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้แม่มีความสุขอยู่ได้ โคเฮจะยอมทุกอย่าง
โคเฮจะมีสายตาที่มองพี่ชาย(ฮิโระกิ)แบบสมเพช แบบสงสาร คือจะบอกยังไงดี โคเฮดูมีมุมมองว่า พ่อกับพี่ชายไม่ทำอะไรเลย ทั้งเพื่อแม่และเพื่อน้อง ในขณะที่ต้องเองพยายาม แต่กลายเป็นว่าสิ่งที่โคเฮทำ มันสวนทางกัน คือแม่ไม่ได้มีความสุขจริงๆ
"ถึงจะผ่านมา 15 ปีแล้ว แม้ว่าจะดูเหมือนว่าฉันจะทำใจได้แล้ว แต่จริงๆไม่ใช่เลย ฉันใช้ชีวิตโดยที่ คิดอยู่เสมอว่าอยากให้คนอื่นต้องเจอแบบฉันบ้าง พอมีใครมาทำดีกับฉัน ฉันจะคิดว่า พวกคุณจะไปเข้าใจอะไร พอได้เห็นพ่อแม่ไปส่งลูก ฉันรู้สึกแย่ตลอด พอได้ยินคนบอกว่า ให้ใช้ชีวิตต่อไป ฉันรู้สึกอยากจะฆ่าตัวตาย ขอโทษนะ แม่เป็นคนแบบนั้น แม่เห็นแก่ตัวแบบนั้นแหละ"
วินาทีที่รู้ว่าทั้งหมดที่ตัวเองทำมันไร้ค่า มันไม่ได้ช่วยแม่เลย ตอนนั้นเรามองว่าโคเฮน่าสงสาร เค้าคือคนในครอบครัวที่แทบจะมีความแค้นที่บางเบาที่สุด คือคนที่ไม่เข้าใจอะไรเลย คือด้วยความที่ตอนที่เหตุการณ์มันเกิด โคเฮยังเด็ก เราเข้าใจนะ ว่ามันไม่มีความอินเท่า ความรู้สึกสูญเสียมันไม่เท่าคนอื่นๆ อย่างพ่อ แม่ หรือพี่ชาย โดยบทของโคเฮจะเสริมให้เราเห็นว่าเค้าดูเป็นเด็ก เพราะชอบเอาคำพูดของตัวการ์ตูนดังๆ เอามาพูดเพื่อให้ข้อคิดกับพี่ชาย(กับแม่ด้วย) บทแบบนี้แหละที่เรามองว่าเด็กจริงๆ
"ผมน่ะตอนเด็กๆที่โรงเรียนจะชอบใหร้องเพลง ในเพลงพวกนั้นจะมีเนื้อร้องเกี่ยวกับ ความหวัง(希望) อยู่ด้วย ผมน่ะไม่เข้าใจความหมายของมันเลยจริงๆ ผมไม่กล้าถามใครทั้งนั้น จนกระทั้งตอนนี้ ผมหวังว่าแม่จะมีความสุข"
คือจริงๆมันก็ไม่ผิดหรอกถ้าเราจะเอาคำพูดของตัวละคร ในหนัง ในการ์ตูนมาเป็นคติ ข้อคิด ข้อเตือนใจ ส่วนนี้เราก็เป็น แต่ทำไมในเรื่องมันถึงถูกมองว่าดูเด็กสำหรับเรา นั่นก็เพราะว่าแม่กับพี่ชายน่ะ เศร้าจริงๆ แค้นจริงๆ เหตุการณ์ที่เกิดมันเป็นสถานการณ์ที่น้อยคนนักจะเข้าใจจริงๆ
มาต่อที่ครอบครัวของฆาตรกร บ้านฟุมิยะ
ครอบครัวนี้ยังคงความเป็นครอบครัวอยู่ แม้จะต้องย้ายที่อยู่บ่อยมากๆกตาม
พ่อ
"15 ปีที่ผ่านมา ที่ครอบครัวเราต้องเจอ มันยังไม่พอ"
เริ่มที่พ่อก่อน ครอบครัวนี้สัญญากันว่าจะอยู่ด้วยกันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โดยแม่และลูกสาวทั้งสองเปลี่ยนนามสกุลไปใช้นามสกุลของแม่ แล้วก็ใช้ชีวิตนอกบ้างตามปกติ แต่พ่อคือเหมือนกับเป็นโล่ หรือไมก็เป็นเหมือนคนที่เสียสล่ะ เพราะปกติแล้วเวลาเกิดข่าวที่ญี่ปุ่นจะรายงานข่าวด้วยชื่อและนามสกุลจริง (อันนี้ไม่แน่ใจเท่าไหร่นัก เกี่ยวกับความคุ้มครองของเยาวชนของเค้าว่า จะเปิดเผยชื่อมั้ย) แต่ในเรื่องคือพ่อนามสกุลเดียวกับลูกชายไง เลยจะโดนตามรังควานตลอด
เหมือนกันกับบ้านฟุคะมิที่คนเป็นพ่ออยากจะปกป้องครอบครัวเอาไว้ พ่อเลือกที่จะทิ้งลูกชายตัวเอง เพื่อให้คนอื่นๆในครอบครัวยังคงอยู่ดี มีความสุข
คนอื่น(เราเองด้วยแหละ) ที่มีความสงสัยว่า ทำไมกัน ทำไมถึงไม่รู้ว่าลูกตัวเองร้ายกาจ หรือคนอื่นจะมองว่า เลี้ยงลูกยังไงให้เป็นฆาตรกร สังคมตราหน้าคนเป็นพ่ออ่ย่างนั้น มีฉากนึง ที่พ่อเจอกับฮิโระกิโดยบังเอิญ แล้วฮิโระกิก็ชวนไปทานข้าวด้วย แต่คือพ่ออ่ะ ใช้คำว่ายังไงดี มันมีความหงิม มีความเกรงในฮิโระกิ คือด้วยความรู้สึกผิดแหละ ที่ลูกชายของตัวเองไปทำเรื่องแบบนั้นเข้า
ถ้าจะมองดีๆแล้วสังคมอย่างเอเชียเรา ญี่ปุ่นเองก็เป็นที่คนที่อายุน้อยกว่าจะต้องเคารพคนที่มีอายุมากกว่า แต่ในเรื่องทุกครั้งที่พ่อเจอกับฮิโระกิ หรือแม้แต่โคเฮ พ่อจะก้มหน้า และก้มหัวตลอด ในฉากนั้น โต๊ะข้างๆคือคุณครูที่สอนฮิโระกิ (แน่นอนว่าสอนฟุมิยะ ฆาตรกรด้วย) คือนางรู้เรื่องนั้น ก็มีอาการแบบโมโห
"ขอโทษฮิโระกิคุงเดี๋ยวนี้ ยังกล้ามาเจอเค้าอีกเหรอ คุกเข่าขอโทษเค้าสิ"
คือฉากนี้เราว่าน่าจะสะเทือนใจใครหลายคน ทั้งๆที่ฮิโระกิยืนอยู่อย่างนั้น คือป้ากล้าดียังไงเข้ามาเจือก!แบบมันคือสังคมจริงๆ อย่างที่บอกไปตอนต้นๆแล้วว่า เรื่องนี้ให้เราเห็นกระทั่งมุงมองของคนที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยง
อีกฉากนึงที่เราประทับใจ คือตอนที่ฟุมิยะกลับมาบ้าน(หลังจากทำร้ายคนไปอีกคนนึงหลังออกมาจากคุกน่ะนะ) คือมันอุ่นใจ มันแบบ คือพ่อไม่อยากจะทอดทิ้งลูกอ่ะ ฉากนั้นนั่นแบบคือ น้ำตาคลอ(อีกแล้ว)
อืมม จะบอกว่า shock ก็น่าจะถูก แต่ถูกไม่หมด มันเป็นความรู้สึกที่แบบ เหมือนมันโกหก คือฟุมิยะมีความดูเป็นคนปกติ รักน้อง รักครอบครัว เป็นพี่ เป็นลูกชายที่ดี ประเด็นที่น่าสนใจคือ ในตอนที่เกิดเหตุการณ์ แม่ตั้งท้องน้องสาวคนเล็กอยู่ คิดดูดิ สภาพจิตใจมันเสื่อมโทรม
"เคยคิดอยากฆ่าตัวตายไปพร้อมกับลูกที่ยังไม่ได้เกิด"
แต่ที่สุดๆจริงๆที่เรามองว่า แม่คนนี้คือแม่ของครอบครัวนี้จริงๆคือ แม่คนนี้ไม่ใช่แม่แท้ๆของ ฟุตะบะและฟุมิยะ (แม่สองคนนี้ตายไปแล้ว) เป็นแค่แม่ของน้องคนเล็กเท่านั้น คำถามคือ ถ้าเป็นคุณ คุณจะยังอยู่ครอบครัวฆาตรกรนี้ต่อไปอีกมั้ย จริงอยู่ที่พ่อแท้ๆของลูกในท้องคือ พ่อของฆาตรกร แต่ว่าเด็กอีกคนไม่ใช่ลูกแท้ๆ จริงๆเรื่องนี้มันพูดกันยาก เราเองก็ไม่เคยเป็นแม่คน แต่บทของตัวละครนี้ มันทำให้เรายอมใจอ่ะ ทั้งๆที่ถ้าเดินออกจากความวุ่นวายไปซะ ยังง่ายซะกว่า
"เพราะแม่เป็นแม่ของฟุตะบะจริงๆ"
มองมุมกลับกัน ถ้าไม่มีแม่คนนี้ คุณคิดว่าครอบครัวนี้จะเป็นยังไง ฟุตะบะอาจจะใจแตก มีปัญหา คือไม่ได้จะบอกว่าพี่เป็นยังไง น้องต้องเป็นอย่างนั้นนะ (ตัวอย่างจากบ้านฟุคะมิ ที่พี่น้องต่างกันสุดๆ) แต่สภาพการเป็นอยู่ สังคมที่ต้องเจอ ถ้าหากว่าแม่คนนี้ ไม่ได้รักลูก(ที่ไม่ใช่ลูกตัวเอง)จริงๆ เรื่องราวมันจะเลวร้ายลง
ใช่ค่ะ อะไรที่ทำให้เรายังมีชีวติอยู่ได้บ้าง ตามชื่อเรื่องของละคร "ถึงอย่างนั้น" ถึงจะแย่อย่างนั้น "ก็ยังมีชีวิตอยู่" เชื่อว่าทุกคนย่อมมีอะไรมา drive ชีวิตเรา สำหรับผู้หญิงคนนี้ในเรื่องนี้แล้ว นั่นคือความอิจฉา ความอยากเอาชนะ ไม่ใช่เพราะอยากเหมือกว่า ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึกผิด แต่ไม่อยากตายไปทั้งๆอย่างนี้ ทั้งๆที่ยังไม่ได้สู้อะไรเลย แม้ว่าจะพูดว่าแค้นคุณ(แม่ฟุคะมิ) แต่จริงๆเราเชื่อว่ามันคือสังคมนี้ สังคมแบบนี้ต่างหาก
น้องสาว (ฟุตะบะ)
"ฉันเชื่อว่าซักวัน เราจะลืมเรื่องราวร้ายๆที่เกิดขึ้นในอดีตได้ และมีความสุขจริงๆ"
ฟุตะบะคือน้องสาวที่รักพี่ชาย(ฆาตรกร)มาก กระทั้งที่จะเชื่อว่า พี่ชายตัวเองบริสุทธิ์ หรืออาจจะจับผิดคนก็ได้ บทส่งให้เรารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เข้มแข็ง ตรงที่ว่าในเรื่องจะเล่าว่าฟุตะบะน่ะโดนรุมแกล้ง เป็นเป้าสังคม
คือครอบครัวนี้ถูกรังควานสารพัด เช่น ทางโทรศัพท์เอย ภาพถ่ายลงหนังสือพิมพ์เอย ทำให้บ้านนี้ตองย้ายที่อยู่บ่อยมากๆ จนวันหนึ่งพ่อบอกกับฟุตะบะว่า จะต้องทิ้งย่าให้อยู่บ้านพักคนชรานะ คือฟุตะบะนางรักย่ามากค่ะ แบบทำไมต้องทิ้งย่าด้วย ประมาณนี้ นางเลยเดินทางกลับไปที่บ้านของครอบครัวฟุคะมิ เพื่อเจรจา(คิดว่าบ้านนั้นรังควานน่ะนะ) คือตอนแรกที่ดูเราก็งงว่านางไปอยู่นั่นทำไม บังเอิญรึเปล่า แต่เรื่องมาเฉยตรงที่ว่านางทนไม่ไหว เลยไปบ้านนั้น แล้วก็เจอกับฮิโระกิ
คือฮิโระกิน่ะจำนางไม่ได้ และนางก็ไม่ได้บอก (คิดว่าไม่กล้าน่ะนะ) ฉากนึงที่เรามองว่า ฮิโระกิเข้าสังคมไม่เก่งจริงๆคือ ฉากในร้านอาหารแล้วอยู่ดีๆฮิโระกินางก็เล่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวตัวเอง แน่นอนค่ะ ฟุตะบะนางจำฮิโระกิได้ คือทนฟังไม่ไหว เลยวิ่งออกจากร้านไป
คำถามในตอนนั้นคือ ฮิโระกิจะเล่าเรื่องแบบนั้นตอนกำลังจะกินข้าวทำไม คำตอบคือ ตอนแรกที่สองคนเจอกัน (บ้านฮิโระกิเป็นที่พัก ที่ทะเลสาบสำหรับพายเรือตกปลาด้วย) ฮิโระกิคิดว่าฟุตะบะจะฆ่าตัวตาย เราเลยคิดว่า นั่นเป็นฉากนึงที่ทำให้เราเห็นว่า ฮิโระกิเป็นคนๆนึงที่จิตใจดี
ฟุตะบะเป็นตัวละครที่แสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้ง ของความคิด จิตใจ และการกระทำ เพราะทั้งๆที่อยากเจอพี่ชายมากๆ แต่ถ้าฮิโระกิจะฆ่าตัวเองเพื่อให้หายโกรธ นางก็ยอม ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าพี่ชายคือฆาตรกร แต่ก็ยังปักใจเชื่อว่าพี่ชายยังบริสุทธิ์ หรือแม้กระทั่งในฉากใกล้ๆจะจบ ทั้งๆที่พูดว่า ถ้าปล่อยให้พี่ชายตายไป ทุกอย่างจะได้จบ แต่ก็ยังแสดงให้เห็นว่ายังรัก แล้วก็ยังอยากให้พี่มีชีวิตอยู่
น้องสาวคนเล็ก (อะกะริ)
ที่จริงคนนี้ไม่ได้เด่นมากเลย แทบจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฆาตรกรด้วยซ้ำ แต่กลับต้องได้รับผลกระทบจากการกระทำไปด้วย ด้วยความที่แม่อยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตแบบปกติที่สุด จริงๆคือนางไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยจริงๆ คือทุกคนในบ้านพยายามทำให้นางสะดวกสบาย เพราะว่าคนอื่นๆต้องทนทุกข์กับแรงต่อต้านของสังคม ถึงแมว่าจะต้องเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนโรงเรียนบ่อยๆ เราว่าอะกะริก็เป็นอีกหนึ่งหญิงแกร่งในเรื่องนี้ล่ะ เพราะว่าถึงแม้จะมีบ่นบ้าง แต่เราว่าอะกะริรักพี่สาว รักแม่ รักพ่อของตัวเองมากๆ
ฉากที่ฟุมิยะกลับมาบ้านเจออะกะริ เอาตรงฉากนี้ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ในมุมมองเราละครให้บทได้ดี ตรงที่ การเจอพี่ชายต่างแม่ที่ไม่เคยเจอหน้า แถมยังเป็นฆาตรกรอีกต่างหาก เป็นใครก็คงทำตัวไม่ถูก กลัวก็กลัว ฉากนั้นทำให้เรามองว่า คนเขียนบทมีความละเอียดอ่อน ที่ให้คาแรคเตอร์ของอะกะริ มีความแกร่งเหมือนกับแม่ตัวเอง
พี่ชาย (ฟุมิยะ)
"มีหลายครั้งที่ผมอยากจะฆ่าตัวตาย เกิดมาทำไมกันนะ ผมมักคิดอย่างนั้นเสมอ แต่ถึงจะอย่างนั้น ผมก็ยังมีชีวิตอยู่"
คือต้องชมก่อนว่า เลือกคนแสดงได้ดีมากๆ (โอเคเอะอิตะ ที่แสดงเป็นฮิโระกิ กับคนที่แสดงเป็นฟุตะบะ ก็แสดงดีมากๆเหมือนกัน) คือบทดีด้วยนั่นแหละ เรื่องเกือบทั้งเรื่องมันจะมีความสงสัยอยู่ว่า ทำไมต้องฆ่าอะกิ(เด็กหญิงอนุบาล) ด้วย

"ผมน่ะเคยมองหุ่นในห้องวิทยาศาสตร์ แล้วก็สงสัยว่าหุ่นนั่นน่ะมีอวัยวะครบหมดเลย แต่ทำไมถึงไม่มีชีวิต มันทำให้ผมนึกถึงฟุมิยะ ว่าเค้าอาจจะเป็นเหมือนหุ่นตัวนั้น"
โดยในเรื่องฟุมิยะเหมือนมีอาการทางจิต คือในสมองของเค้า จะเห็นว่า คนหรือมนุษย์ น่ะเป็นเหมือนปลาทองที่น่าสงสาร มองอะกิว่าเป็นปลาทองที่น่าสงสาร คือมุมมองมันดูไกลจากชีวิตปกติเรา แต่เราก็เคยคิดอยู่เสมอนะว่า การฆ่าคนมันง่ายอย่างนั้นเลยเหรอ ทำไมฆาตรกรถึงได้ฆ่าคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ด้วย คือเอาตรงๆ
สำหรับคนที่ดูเรื่อง criminal minds อย่างเรา คือในซีรี่ส์เรื่องนี้จะอธิบายพฤติกรรมของฆาตรกร คือทุกพฤติกรรมมันมีเหตุผล ฟุมิยะเองก็เช่นกัน สิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นตัวกระตุ้นคือ แม่ มีหลายครั้งที่ฟุมิยะพูดถึงแม่ "มันไม่ใช่อุบัติเหตุ แม่น่ะฆ่าตัวตาย ต่อหน้าผมกับฟุตะบะ" "ตอนนี้ผมจะหน้าแม่ไม่ได้แล่้ว" มีหลายๆฉากที่ฟุมิยะพูดกับพ่อให้พ่อช่วย คือเค้าต้องการความช่วยเหลือ ต้องการหาว่าเค้าเกิดมาทำไม เราคิดว่าสำหรับฟุมิยะ การที่เค้ายังมีชีวิตอยู่ก็เพื่อหาเหตุผลนั้น
*****
ขอจบการพรรณนาเพียงเท่านี้ バイバイ!









