Saturday, December 16, 2017

Let's talk about「三度目の殺人」



Sadome no Satsujin 三度目の殺人


ชื่อเรื่องแปลเป็นไทยว่า ฆาตรกรรมครั้งที่สาม ภาษาอังกฤษเค้าก็แปลตรงตัวเด๊ะๆ The third murder แถมเรื่องนี้ก้มี main character อยู่ 3 คน คือ ชิเงะโมะริ (เล่นโดยคุณป๋ามะซะฮะรุ) ทนายฝ่ายจำเลย มิซุมิ (คุณลุงโคจิ) ฆาตรกร และ ลูกสาวผู้ตาย ซะคิเอะ (ซุสุน้องรักเป็นคนเล่น)
.
เรื่องนี้ไม่เข้าโรงแมสเลย พวกเมเจอร์ เอสเอฟนี่ไม่มีรอบเลย มีแค่ที่ House กับ Lido ซึ่งก้ไปดูที่ Lido มา คือจริงๆตอนแรกเข้าใจว่า เออ น่าจะเป็นหนังสืบสวนสอบสวนสไตล์ญี่ปุ่นๆ หนังเปิดมาปุ๊บก็เป็นฉากฆาตรกรรม และคนร้านก็โดนจับได้ แถมสารภาพด้วยว่าทำจริงๆ  โผล่มาพร้อมกับป๋ามะซะที่มาเป็น 弁護さん คุณทนายมาดหล่อ พ่อทุกสถาบัน ไม่มีตัวละครที่เป็น ตำรวจหรือนักสืบโผล่มาเลย ก็เลยว่าเอ๊าะ หนังทนาย55
.
คดีไม่มีหลักฐานอะไรเลยนอกจากคำสารภาพของฆาตรกร ถ้าคนที่หวังไปดูสืบสวน เราว่าคงเซ็งมาก เพราะมันไม่มีสืบเสิบอะไรทั้งนั้น คุยๆๆๆๆ ถามๆๆๆ ถกๆๆๆ กันอย่างเดียว ซึ่งเราว่ามันสมเหตุสมผลตรงที่ บอกไปตั้งแต่ต้นว่า ไม่มีตัวละครที่เป็นตำรวจหรือนักสืบเลย คน drive เรื่องคือ ป๋ามะซะสุดหล่อที่เป็นทนาย ก็เพราะว่าเป็นทนายจะให้มาสืบอะไร มันไม่ใช่หน้าที่ กระบวกการนั้นมันเริ่มก่อนหน้าไปแล้ว ซึ่งหนังก็บอกอยู่ว่า มันไม่มีหลักฐานที่เป็น รูปธรรมเลย
.
"คำพูด" คือหลักฐานเพียงหนึ่งเดียว ดังนั้นตอนดูคือต้องมีสติระดับนึงเลยหละ เรานี่คือ งงสุดชีวิต หนังจบ เรื่องในหัวมันไม่จบดิ งงเว่อวัง คือถ้าแผ่นออกว่าจะซื้อมาดูอีกรอบเอาให้เคลียร์ แต่ขอชื่นชมตัวหนังมากๆๆ บทเอย นักแสดงเอย ภาพเอย แสงเอย เพลงเอย คือชอบมาก ชอบสุด เอาจริงๆนี่เป็นหนังเรื่องที่ 2 ต่อจาก confession เลยนะ ที่ประทับใจขนาดด เพราะส่วนตัวชอบหนังแนวนี้มาก เรามองว่า ญี่ปุ่นทำแนวนี้ได้ดีมากเลยล่ะ ถ้ามันจะมีอะไรจริง มันคือความจริงที่คนปกติเป็น หรือถ้ามันจะปลอม มันก็ปลอมแบบที่เราทุกคนปลอมนั่นแหละ
.
มาดูที่การแสดงมาก คือแต่ล่ะคนนี่ไม่มีใครยอมใครนะ ยอมรับว่าตั้งใจไปดูเพราะชอบป๋ามะซะ แต่บอกเลยว่า the best ของเรื่องเรายกให้ โคจิซังที่แสดงเป็นมิซุมิ ฆาตรกรอ่ะ ผู้ชายคนนี้ ถ้าอยู่นอกคุก จะดูเป็นคุณลุงธรรมดาๆ ที่ออกจะสุภาพ และดูใจดีด้วยซ้ำ สังเกตได้เลยจากคำพูด การพูดคุย ถ่อมตนเกือบตลอด จะขอโทษ และขอบคุณอยู่ตลอด ในขณะเดียวกันก็ดูเป็นคนที่น่าแขยงอ่ะ ยังดีหละ ดูอันตราย
.
ถ้าดูดีๆจะเห็นว่า มิซุมิ กลับคำพูดตลอดเวลา ผมไม่ตั้งใจจะปล้น ไม่ได้สนใจเงิน ปลายๆเรื่องก็บอกว่า เออ ตั้งใจปล้นเว้ย มันไล่ผมออก ซักพักก็ภรรยาผู้ตายจ้างให้ฆ่า ตอนใกล้จบก็กลับคำอีกว่า เห้ย ไม่ได้ฆ่า ที่ต้องสารภาพเพราะว่าทนายคนก่อน (ชื่อเซ็ทสึ) กับอัยการ(ซับแปลว่างั้นอ่ะ) บอกว่าถ้าสารภาพอ่ะ จะได้ลดโทษนะ ทั้งๆที่เจ้าตัวบอกไปแล้วว่า ไม่ได้ทำ แต่โดนบังคับจากทั้งสองฝั่ง เลยต้องให้การอย่างนั้น 


คือ โคจิซังแสดงดีมากกก ตอนที่ดูแรกๆ ทำให้คิดว่า เออ คนนี้แหละคือฆาตรกร คือยังไงก็คือฆาตรกร ซึ่งพอดูๆต่อไปจะเห็นว่า ผู้ตายน่ะ ตอนที่มีชีวิตอยู่ ไม่ได้ทำให้ใครมีความสุขเลย ทำแต่เรื่องที่ไม่ดี แม้แต่ลูกสาวตัวเอง (ที่ตัวลูกสาวเอง เคลมว่าถูกพ่อข่มขืน) ถ้าลองดูแล้วตัว ซุสุในเรื่องดูจะเป็นคนที่ ใสบริสุทธิ์ที่สุด ซุสุเองก็แสดงดีมาก ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่อยากจะตะโกนความจริงออกไปดังๆ อยากจะพูดมันออกมา แต่ว่า ใครกันที่จะฟัง เพราะความจริง ตัวแมของตัวเอง ก็รู้อยู่แล้ว
.
"ในสังคมเรา ทุกคนก็ทำได้แค่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกันทั้งนั้น" มิสุมิพูดไว้ ถ้าจะไม่ผิด พูดก่อนที่ซุสุจะสารถภาพว่าถูกพ่อข่มขืนกับชิเงะโมะริด้วย เหมือนกับหนังจะบอกว่า เรื่องนี้มันเป็นเรื่องธรรมดามาก ใครที่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง คือคนที่อ่านบรรยากาศไม่เป็น เข้ากับคนไม่ได้ คนที่ทำตัวต่างจากคนอื่น คือคนที่แปลกประหลาด 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

"เรื่องแบบนั้นน่ะมันง่ายมาก เราแค่ต้องเชื่อ ในสิ่งที่อยากให้คนเชื่อ" คือสิ่งที่ลูกสาวของชิเงะโมริพูดไว้ตอนต้นเรื่อง ว่าแกล้งร้องไห้ได้ยังไง เหมือนกับว่า นี่ก็เรื่องธรรมดาเหมือนกัน เรื่องแบบนี้ใครๆก็ทำได้ ไม่ว่าจะเด็กหรือแก่ ผู้หญิงหรือผู้ชาย (นี่เขียนๆไป นึกถึงเพลงที่เพิ่งแปลไปเลย 55) 
.
"ผมเคยพูดใช่มั้ยล่ะ ว่าโลกนี้น่ะ มีคนที่ไม่สมควรได้เกิดมา คนนั้นคือตัวผมเอง" มิซุมิ พูดกับ ชิเงะโมะริ "ถ้าเกิดว่าผมฆ่าเค้าจริงๆ แล้วทำให้ใครซักคนมีความสุข นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอ เพราะตลอดมา คนที่อยู่รอบตัวผม ไม่มีใครที่มีความสุขเลย" ตรงฉากนี้ เราว่าสมองคนดูกำลังถูกปั่นอย่างหนักเลย *จริงๆก็ูกปั่นจนเละมาซักพักละ* ว่า การฆ่าคนมันจะดีจริงๆหรือ? ผู้ตายน่ะสมควรตาย? อะไรคือสิ่งที่ถูก? อะไรคือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง? ความดีคืออะไร?


เรามองว่า สิ่งพี่ภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังจะสื่อคือ โลกใบนี้น่ะ เหมือนศาลขนาดมหึมา ที่เราเองต่างก็ตัดสินซึ่งกันและกัน คือคนเราไม่ใช่ทั้งสีขาว และสีดำ เราไม่สามารถแยกความดี กับความเลวออกจากกันได้อย่างที่เราแยกสีขาว กับสีดำออกจากกันได้ เพราะการกระทำมันไม่มีสีสันอะไรเลย เราเชื่อ เพราะถูกทำให้เชื่อ จากสิ่งที่ตัวเราเองก็แยกไม่ถูกว่า อะไรจริง อะไรปลอม 
.
อีกประเด็นนึงคือ เราเห็น 3 murderer คุณพ่อ 3 คนที่ล้มเหลว ผู้ตายที่ทำร้ายลูกสาว มิซุมิที่ก่อคดีฆาตรกรรมจนทำให้ลูกสาวต้องรับผลกระทบไปด้วย และชิเงะโมะริ ที่ไม่เคยดูแลลูกสาวเลย ทั้งๆที่พยายามจะเข้าใจฆาตรกร แต่พ่อคนนี้ ไม่เห็นจะพยายามเข้าใจลูกสาวตัวเองเลย เด็กผู้หญิง 3 คนถูกฆ่าทั้งเป็นน่ะ
.
ปล. นี่ลืมอวยป๋ามะซะ คือเอาตรงๆ ป๋าทำได้ดรีย์ตาม standard ป๋าเลยแหละ เราว่าดีเหนือค่าเฉลี่ยด้วยซ้ำ เพราะมันจะมีฉากที่ใช้อารมณ์ค่อนข้างเยอะ ที่ต้องประกับโคจิซัง ซึ่งป๋าไม่ดรอปเลยค่ะ 



Tuesday, December 12, 2017

UAさん の 「MOOR 」

これは私のはじめです。この歌が本当に大好きですから、意味を分かりたいです。もしも私は誤解すると「すみません」と言いたいです。

どうぞよろしくお願いいたします。


MOOR - UA

ドアをあけるうしろ姿  貴方の顔が上手く思い出せないよ
do a wo akeru ushiro sugata anata no kao ga umaku omoudasenaiyo.
เบื้องหลังที่ประตูถูกเปิดอยู่ ใบหน้าของเธอกลับเรือนลาง

揺れる星が花のように 遠い日の夢を唄ってみせるよ
yureru hoshi ga hana no you ni tooihi no yume wo utatte miseruyo
ดวงดาวที่พริ้วไหวช่างเหมือนกับดอกไม้ เดี๋ยวฉันจะเล่าความฝันที่แสนยาวนานให้เธอฟังเป็นเพลง

*みんなもう気がついてるのに 知らないふりだけ上手で
 minna mou ki ga tsuiteru noni shiranai furi dake jyouzu de
เราต่างเสแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่สนใจ ทั้งๆที่ทุกคนต่างก็รู้แก่ใจอยู่แล้ว

*るり色が灰色に染まる景色には 夢の数がまだ足りないよ
ruriiro ga haiiro ni samaru keshiki niwa yume no kazu ga mada tarinaiyo
ฉากความฝันนับครั้งไม่ถ้วน ของสีฟ้าครามที่ถูกย้อมจนกลับกลายเป็นเทา

65億の蟻を乗せた 小さな舟が滝から落ちる前に
rokujuuoku no ari wo noseta chisana fune ga taki kara ochiru maeni
ก่อนที่เรือลำน้อยที่เต็มไปด้วยเหล่ามด 65 พันล้านตัวจะล่วงหล่นจากน้ำตกนั้น

舟をつなぐ岸をさがす貴方をつなぐために手を伸ばす
fune wo tsunagu kishi wo sagasu anata wa tsunago tameni te wo nobasu
ฉันก็คว้าเรือนั้นเอาไว้ก่อน และมองหาฝั่งให้กับมัน เหมือนกับเธอนั้นที่ฉันอยากจะเข้าถึง ฉันจึงยื่นมือออกไปหา

*みんなもう気がついているのに 知らないふりだけ上手で
minna mou ki ga tsuiteru noni shiranai furi dake jyouzu de
เราต่างเสแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่สนใจ ทั้งๆที่ทุกคนต่างก็รู้แก่ใจอยู่แล้ว

*るり色が灰色に燃える景色は 涙の量だけじゃ消せない
ruriiro ga haiiro ni maeru keshiki wa namida no ryoudatejya kesenai
สีฟ้าครามที่ถูกมอดไหม้จนกลายเป็นสีเทาคือหยาดน้ำตาที่ไม่อาจลบออกไปได้

もしも貴方が選ぶのなら 私は何も決めないよ
moshimo anata ga erabu nonara watashi wa nanimo kimenaiyo
ถ้าหากว่าเธอเลือกแล้วล่ะก็ ฉันเองก็จะไม่ตัดสินอะไร

言葉が多すぎて ちゃんと紡げなくても ただ側にいるだけでいいよ
kotoba ga oosugite chyanto tsumugenakutamo tada soba ni iru dake de iiyo
ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำที่สวยหรูมากมาย เพียงแค่ได้อยู่เคียงข้างกันก็เพียงพอ


ドアをあけるうしろ姿 君の気持ちを思い出す
do a wo akeru ushiro sugata kimi no kimochi wo omoidasu
เบื้องหลังที่ประตูถูกเปิดอยู่ ฉันก็เริ่มรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของเธอ